ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และวิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ให้อร่อย

สูตรอาหารและวิธีทำ“ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” รสชาติอร่อยเด็ด ไม่แพ้สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เยาวราช เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดกับไก่และปลาหมึก คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงอย่างลงตัว ทำให้ได้ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมและความกรอบนอกนุ่มใน อีกทั้งยังสามารถปรุงรสเพิ่มความแซ่บได้ตามใจชอบ ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารประเภทเส้นที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน สำหรับสูตรที่ zabwer.com นำมาแนะนำนี้รับประกันว่า อร่อยเด็ดแน่นอน


ส่วนผสม
  1. เนื้ออกไก่ 250-300 กรัม หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
  2. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  4. ไข่ขาว 1/2 ฟอง
  5. พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
  6. น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  7. ปลาหมึกแช่ หั่นชิ้น 12 ชิ้น
  8. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  9. ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 500 กรัม
  10. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำมันหอย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันหมู 2 ช้อนโต๊ะ
  13. ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
  14. ต้นหอม หั่นท่อน 1 ถ้วย
  15. ผักกาดหอม 4 ใบ
  16. มะนาวครึ่งลูก (ผ่าซีก) 
เครื่องกินแนม คือ ปาท่องโก๋ตัวเล็ก
เครื่องปรุงรส คือ พริกชี้ฟ้าสีเหลืองหั่นแว่นดองน้ำส้มสายชู

วิธีทำ
  1. คลี่เส้นก๋วยเตี๋ยวในชามผสม เพื่อไม่ให้เส้นติดกันเป็นแผ่นหนา ใส่ชามผสมเตรียมไว้
  2. หมักไก่ โดยนำอกไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ไข่ขาว พริกไทยป่น และน้ำเปล่า คลุกเคล้าให้เข้ากันกับเนื้อไก่ หมักไว้ 20-30 นาที
  3. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันหมูจนร้อน ใส่เนื้อไก่ที่หมักและตั้งฉ่าย ตามด้วยปลาหมึกแช่ เร่งเป็นไฟแรง ผัดให้เข้ากันพอสุก แล้วจึงใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดให้ทั่วและมีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวและน้ำมันหอย ผัดให้ทั่ว แล้วกันเส้นไว้ด้านหนึ่งของกระทะ ใส่น้ำมันหมูเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนต่อยไข่ใส่ ผัดพอไข่ใกล้สุก จึงตลบเส้นที่พักไว้มาทับไข่ ขยี้เส้นกับไข่ให้เข้ากันด้วยการผัดเร็วๆ จะทำให้เส้นกับไข่สุกเหลืองเข้ากันพอดี พอเครื่องกับเส้นใกล้ๆ จะสุกลดไฟลง ผัดจนแห้งและมีกลิ่นหอม 
  4. ลองชิมรสให้รสชาติเค็มนำ ตามด้วยหวานเล็กน้อย ปิดไฟ 
  5. จัดเสริฟ์โดยนำผักกาดหอมมารองจาน ตักก๋วยเตี๋ยวไก่วางบนผัก โรยด้วยพริกไทยป่น ต้นหอม มะนาวหั่นซีก เสริฟคู่กับซอสพริก 

เคล็ดลับความอร่อย
  • การผัดก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ มีเคล็ดลับอยู่ว่า…ไฟต้องแรง น้ำมันน้อย ผัดให้เร็ว เวลาผัดใช้ไฟแรง ใส่ไก่กับตั้งฉ่ายลงไปคั่ว พอใกล้จะสุกได้ที่ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว ปรุงรส แล้วตอกไข่ใส่เส้น ขยี้เส้นกับไข่ให้เข้ากันด้วยการผัดเร็วๆ จะทำให้เส้นกับไข่สุกเหลืองเข้ากันพอดี พอเครื่องกับเส้นใกล้ๆ จะสุกลดไฟลง เพื่อให้ได้กลิ่นไฟกลิ่นกระทะ ซึ่งจะหอมต่างจากการผัดก๋วยอย่างอื่น แล้วจึงตักใส่ชามที่รองด้วยผัดกาดหอม อันเป็นเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
  • หากใช้กระทะทองเหลือง หรือกะทะเหล็ก จะทำให้อาหารร้อนเร็วขึ้น ต้องผัดไม่ให้เส้นแฉะ และใช้ไฟแรงขึ้น
  • น้ำมันหมูจะทำให้ก๋วยเตี๋ยวหอม หรือจะใช้น้ำมันกระเทียมเจียวแทนก็ได้
  • เพิ่มกลิ่นหอมและความกลมกล่อมได้โดยการเจียวกระเทียมสับในขั้นตอนที่ 2 ก่อนใส่ไก่ลงไปผัด

สูตรไข่เจียวลาบ เมนูอาหารทำง่ายๆ อร่อยแซ่บ


สูตรไข่เจียวลาบ - เมนูไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ล้วนเป็นเมนูยอดฮิตของคนไทย สามารถทำได้ง่ายๆ ทำทานได้ทุกวัน แถมประหยัดตังค์ในกระเป๋าอีกด้วย เมนูไข่เจียวนั้นสามารถใส่เครื่องปรุงหรือส่วนผสมได้มากมายตามใจชอบ ทานได้ไม่เบื่อ วันนี้ครัวแซ่บเวอร์ขอนำเสนอสูตรไข่เจียวลาบเป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ แต่รับรองว่าอร่อยแซ่บ สำหรับสูตรไข่เจียวลาบนั้นจะได้รสชาติและกลิ่นอายของลาบ โดยเฉพาะได้กลิ่นหอมของข้าวคั่วที่เปลี่ยนเมนูไข่เจียวแสนธรรมดาให้อร่อยขึ้นได้อีกเยอะ ที่มีวิธีทำง่ายๆตามนี้เลย….


ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่)
  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. พริกขี้หนูป่น 2-3 ช้อนชา
  3. ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช ½ ถ้วย
  7. หอมเล็กซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ต้นหอมและผักชีซอยรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ผักชีฝรั่ง ซอยสำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
  1. ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว พริกป่น ตามด้วยหอมเล็ก ต้นหอมและผักชีซอยลงไป ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน …ก่อนทอดใส่ข้าวคั่วคนให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่ไข่ที่ตีแล้วลงไปทอดให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน ปิดไฟ ตักพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  3. ตักไข่เจียวใส่จาน โรยข้าวคั่วและพริกป่นสักหน่อยเพื่อความหอม ตกแต่งด้วยด้วยผักชีฝรั่งหรือผักตามชอบ ก็เป็นว่าพร้อมเสิร์ฟ^^
เคล็ดลับความอร่อย วิธีทอดไข่เจียวลาบให้ฟูกรอบอร่อย
  • วิธีทอดไข่เจียวให้ฟูและกรอบ คือ ตอนที่จะนำไข่ที่ตีแล้วลงไปทอดในกระทะให้นำตะแกรงหรือกระชอนตาห่างๆ มารอง แล้วค่อยๆ ใส่ไข่ลงไป จับตะเเกรงขึ้นๆ ลงๆ ก็จะทำให้ไข่กระจายไม่เกาะตัวเหมือนเนื้อไข่เจียวปกติ แต่ไข่เจียวที่ได้เนื้อจะกรอบอร่อย ขึ้นฟู และน่ารับประทาน ทอดให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน ปิดไฟ ตักพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  • ข้าวคั่ว ถือเป็นเมนูสำคัญของอาหารเมนูลาบ ความหอมของข้าวนั้นจะช่วยชูรสอาหารอย่างมาก ดังนั้นถ้าได้ข้าวคั่วที่หอม กรอบ อร่อยมาทำ ย่อมทำให้อาหารเมนูลาบต่างๆอร่อยยิ่งขึ้นแน่นอน

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

ไข่พะโล้สูตรโบราณ รสเด็ด ทำกินก็ได้ทำขายก็ขายดี

เมนูอาหารไข่พะโล้ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนไทยนิยมทานกันมาก ชนิดที่ว่าร้านข้าวแกงแทบทุกร้านต้องมีเมนูไข่พะโล้ไว้ขาย การทำพะโล้ให้อร่อยนั้นไม่ใช่เรื่องยากหากรู้วิธีและเคล็ดลับ สำหรับการทำไข่พะโล้แบบสูตรโบราณนั้นจะให้ความหอมอร่อยเข้มข้นถึงเครื่องมากกว่าการใช้ผงพะโล้สำเร็จรูป ทานแล้วจะรู้สึกชัดเจนเลยว่าน้ำแกงจะเข้ากันดีกับเนื้อและไข่ สำหรับสูตรที่ครัวแซ่บเวอร์ดอทคอมนำมาแนะนำในวันนี้รับรองว่าอร่อยเด็ดชนิดที่สามารถทำขายได้เลยทีเดียว

ไข่พะโล้สูตรโบราณ สูตรที่ 1


ส่วนผสม
  1. หมูสามชั้น หรือสันคอติดมัน
  2. ไข่ไก่ต้ม/ ไข่เป็ดต้ม ปอกเปลือก 5 ฟอง
  3. ข่าหั่นเป็นแว่นประมาณ 20แว่น
  4. กระเทียมตำละเอียด 1กำมือ 
  5. รากผักชี โขลกละเอียด 
  6. พริกไทเม็ดตำละเอียด ประมาณ 1ช้อนชา
  7. ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
  8. เกลือ
  9. น้ำตาลทรายแดง
  10. ผักชี
  11. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
  1. นำทุกอย่างลงหม้อ แล้วจึงใส่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง ใส่ซีอิ๊วดำลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวพอเดือด และมีกลิ่นหอม 
  2. แล้วใส่หมูสามชั้นลงไป ถ้าน้ำไม่ท่วมหมู เติมน้ำเพิ่มได้
  3. เมื่อต้มจนหมูสุกแล้ว ก็เติมน้ำลงไปอีก ปรุงรสด้วยใส่เกลือ หรืออาจใส่ผงปรุงรส (รสดี) ลงไปด้วยก็ได้ และใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ชิมรสให้รสออกหวานนำ 
  4. พอเดือดก็ใส่ไข่ต้มลงไป และต้องให้น้ำท่วมไข่ด้วย
  5. เคี่ยวต่อไป จนกระทั่งหมูเปื่อย จึงใส่ผักชีลงไป ปิดไฟ ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเพิ่มเติม
  • ถ้าอยากให้ไข่มีสีน้ำตาลเข้ม ในขั้นตอนที่ 1 คือเคี่ยวน้ำ ให้ใส่ซีอิ๊วดำลงไปก่อนเลย
ไข่พะโล้สูตรโบราณ สูตรที่ 2
สำหรับสูตรนี้แนะนำไว้โดยคุณหมูแดงโพสไว้ที่ครัวไกลบ้านดอทคอม (http://www.kruaklaibaan.com/viewtopic.php?t=41985&s=a31ffb01028ffcbd566795387d596357&showtopic=41985)


เครื่องปรุง
  1. ไข่เป็ด หรือไข่ไก่ 12 ฟอง
  2. หมูสามชั้น หรือสันคอติดมัน (หั่นเป็นชิ้นพอคำ หรือชิ้นใหญ่ตามชอบ) 500 กรัม
  3. เต้าหู้ขาว (แผ่น 4 เหลี่ยมจตุรัส) 1 แผ่น 
  4. สามเกลอ 1 ช้อนโต๊ะ (กระเทียมไทยเม็ดเล็ก 10-15 กลีบ + พริกไทย 1 ช้อนชา รากผักชี 7-8 ราก ตำละเอียด)
  5. อบเชย 2 ก้าน
  6. โป๊ยกั๊ก 8-10 ดอก
  7. น้ำตาลปี๊บ 2 ทัพพี
  8. เกลือ, ซีอิ๊วขาว
  9. น้ำมันพืช สำหรับผัดเครื่องเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำเปล่า 1.5 -2 ลิตร 

วิธีทำ
1. เตรียมส่วนผสมไว้ให้พร้อม
  • ต้มไข่ให้สุก โดยตอนต้มใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ที่ไฟแรงประมาณ 10 นาทีหรือจนไข่สุก นำไปแช่น้ำเย็นทันที แล้วแกะเปลือกออก พักไว้
  • ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นหนาขนาดพอดีคำ หรือชิ้นใหญ่ตามต้องการ
  • นำเต้าหู้มาหั่นชิ้นพอดีคำ แล้วทอดให้เหลืองกรอบ พักไว้
  • ดอกจันทน์ (โป๊ยกั๊ก) กับอบเชยที่เตรียมไว้ นำมาห่อผ้าแล้วมัดให้แน่น หรือใช้เป็นถุงชาก็สะดวกดี เวลาต้มจะได้ไม่ลอยหน้า
  • น้ำตาลปี๊บควรใส่ถ้วยเตรียมไว้ ถ้าใช้เป็นน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึกที่มันแข็งมากๆ ควรนำออกมาทุบให้แตกสักหน่อยก่อน ไม่อย่างนั้นจะลำบากตอนผัดเครื่อง

2. นำเครื่องเทศมาโขลกให้ละเอียด เริ่มจากใส่พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชาลงไปในครกโขลกให้เป็นผงละเอียดยิบเลย แล้วจึงค่อยใส่รากผักชี กระเทียมกลีบ และเกลือนิดหน่อย ลงไปโขลกรวมกันให้ละเอียดยิบ (เพราะถ้าตำหยาบๆ เวลาทำไข่พะโล้แล้วเครื่องตำมันจะแล่นใบลอยหน้าหม้อพะโล้ไม่สวย) ตักขึ้นใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืช นำสามเกลอลงไปผัดให้หอม (ยิ่งใส่รากผักชีเยอะๆ จะยิ่งหอมชวนกิน) หมั่นคนและระวังอย่าใช้ไฟแรงเกินไป เพราะมันจะไหม้ทำให้กลิ่นเพี้ยนไป


4. ใส่น้ำตาลปิ๊บลงไปผัดให้เป็นสีน้ำตาลเข้มด้วยไฟปานกลาง (ต้องผัดเรื่อยๆ ห้ามหยุดมือเด็ดขาด ไม่งั้นน้ำตาลจะไหม้) ผัดจนได้สีน้ำตาลเข้มจัดอย่างที่ต้องการแบบนี้


5. จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไป ผัดเร็วๆให้เข้ากัน ไม่ผัดหมูนานนะ แค่พอให้น้ำตาลเคลือบ แล้วใส่ไข่ต้มตามลงไป ผัดให้เข้ากันให้น้ำตาลเคลือบไข่ (อาจจะเคลือบไม่ทั่วเพราะน้ำตาลเป็นก้อนซะก่อนก็ไม่เป็นไร)


6. จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปกะให้ท่วมมากหน่อย เพราะเวลาเราเคี่ยวมันจะแห้งลงอีก
7. ใส่เต้าหู้หั่นชิ้นลงไป (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ตามชอบเลย)


8. เอาห่ออบเชยใส่ลงไปกดให้จมลงหน่อย เปิดไฟแรง …รอให้หม้อพะโล้เดือด (ใช้เวลาไม่นาน จะปิดฝาหรือไม่ปิดผาก็ได้)


9. ปรุงรสตามชอบ หรือชิมรสให้ออกหวานนำ เค็มตาม…สูตรเดิมของแม่จะปรุงรสด้วยเกลืออย่างเดียว แต่หมูแดงชอบกลิ่นของซีอิ๊วขาวก็เลยปรับสูตรของแม่นิดหน่อย โดยใช้ซีอิ๊วขาวตราเด็กสมบูรณ์มาเป็นตัวชูรสด้วยใส่ลงไป 2 ทัพพี (ควรใส่ไปทีละน้อยๆ รสอ่อนไปยังเติมได้อีก แต่ถ้าใส่ไปเยอะๆ คราวเดียวจะแก้ไม่ได้) ตามด้วยใส่เกลือลงไป 1 ช้อนชา พอชิมรสได้ที่แล้วก็ปิดฝาหม้อ


10. จากนั้นลดไฟลงเหลือแค่ไฟอ่อน เคี่ยวไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ …ก็จะได้ไข่พะโล้สุก รสอร่อยเข้มข้น หมูเปื่อยพอดีๆแล้ว ใส่ผักชีก่อนเสิร์ฟไข่พะโล้กับข้าวสวยร้อนๆ
• ตรงนี้มีเทคนิคมาแนะนำ: สำหรับคนที่ชอบกินไข่พะโล้ค้างคืน แบบไข่ขาวเนื้อเด้งๆ ก็ไม่ต้องเคี่ยวนาน แต่เราจะเอาพะโล้ตั้งไฟแรงๆ ประมาณ 15 นาทีแล้วปิดไฟ ปิดฝาหม้อ อบไข่พะโล้ทิ้งไว้อย่างนั้นเลย แล้ววันรุ่งขึ้นเอามาอุ่นอีกที ถ้าหมูยังไม่เปื่อยมากนัก เราก็เคี่ยวต่ออีกหน่อย ก็จะได้ไข่พะโล้ที่เนื้อไข่ขาวเด้งๆอย่างต้องการ


พะโล้ขาหมู คุณหมูแดงเอาขาหมูมาเลาะกระดูกออก หั่นเป็นชิ้นโตหน่อย ต้มน้ำทิ้ง 1 ครั้ง แต่ไม่ต้องเคี่ยว แค่ต้มให้เดือดแล้วเทน้ำทิ้ง ล้างให้สะอาด แล้วเอามาทำพะโล้

เคล็ดลับเพิ่มเติมวิธีทำไข่พะโล้ให้อร่อย
  • วิธีทำไข่พะโล้สูตรโบราณ คืออยู่ที่การผัดเครื่องให้ถึง แล้วเคี่ยวน้ำตาลให้ได้สีสวยเคลือบหมูและไข่ ไข่พะโล้ที่ได้จึงหอมน้ำตาลเคี่ยว รสชาติออกหวานนำเค็มตาม ยิ่งเคี่ยวยิ่งอร่อย โดยเฉพาะเมื่อเราทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะได้ไข่ขาวเนื้อแน่นๆ เด้งๆ อย่างที่ต้องการ
  • ไข่พะโล้ต้องตุ๋นต่ออย่างน้อย 45 นาที เพื่อให้เนื้อหมูนิ่ม น้ำพะโล้เข้มข้นและเข้าเนื้อไข่ ไม่เช่นนั้นจะได้ไข่พะโล้รสจืดเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง
  • หมูสามชั้น ควรเลือกหมูที่มีเนื้อมากกว่ามันหมู ไข่พะโล้จะได้ไม่เลี่ยนเกินไป หรือจะใช้เนื้อส่วนขาหมูก็ได้ถ้าชอบ ถ้าอยากใส่ไก่แนะนำให้ใช้ส่วนปีกไก่ เป็นปีกบนหรือปีกปลายก็ได้ เพราะตุ๋นนานๆ แล้วเนื้อนุ่ม อร่อย ส่วนอกไก่และสะโพกจะแห้งไม่อร่อย ถ้าไม่อยากใส่เนื้อสัตว์เลยจะใส่แต่เต้าหู้อย่างเดียวก็ได้
  • ถ้าใครไม่มีน้ำตาลปี๊บ ใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาวแทนก็ได้ แต่ถ้าหาน้ำตาลปี๊บได้ก็จะดี เพราะรสชาติหวานนุ่มนวลและกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลทราย ส่วนน้ำตาลทรายขาวจะหวานแหลม
  • ไม่ควรใส่น้ำปลา เพราะจะทำให้มีกลิ่นคาว
  • การใส่เกลือนิดหน่อยลงไปในครกเวลาโขลกเครื่องเทศ เพื่อช่วยให้ตำได้ละเอียดเร็วขึ้น เพราะความคมของเม็ดเกลือจะช่วยให้ตำง่ายขึ้น

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

ทอดมันกุ้ง 2 สูตรเด็ด อร่อยเลิศแถมทำง่าย


เมนูอาหาร "ทอดมันกุ้ง" อีกหนึ่งเมนูอาหารทำง่ายๆ เมนูอาหารว่างทานเล่น ใช้เวลาไม่นาน ทำทานเป็นกับข้าวก็ได้หรือไว้ทานเล่นเป็นอาหารว่างก็เข้าที ทอดมันกุ้งกรอบนอกนุ่มในทานคู่กับน้ำจิ้มไก่รสเด็ด รับประกันความฟิน สำหรับวันนี้ครัว zabwer.com ขอนำเสนอ 2 สูตรทอดมันกุ้ง สูตรทำง่ายแต่อร่อยเลิศมาฝากครับ


ทอดมันกุ้งสูตรที่ 1 อร่อยและทำง่ายเวอร์
ทอดมันกุ้งสูตรนี้แนะนำไว้โดยคุณ สมาชิกหมายเลข 715400 แห่งเว็ปไซต์พันทิปดอทคอม เป็นอีกสูตรที่ทำง่ายแต่อร่อยแน่นอน ลองไปดูวิธีทำกันเลย


ส่วนผสม
  1. กุ้งสด ปอกเปลือก เอาเส้นดำออกให้หมด
  2. กระเทียมปอกเปลือก
  3. พริกไทย
  4. ผงปรุงรส
  5. น้ำตาล
  6. แป้งโกกิ
  7. ไข่ไก่
  8. เกล็ดขนมปัง

วิธีทำ
  1. นำกุ้งกับกระเทียมมาบดผสมรวมกัน
  2. เสร็จแล้วใส่เครื่องปรุงทั้งหมด ยกเว้นเกล็ดขนมปัง แล้วผสมให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 30 นาที
  3. นำมาปั้นแล้วคลุกกับเกล็ดขนมปัง หากปั้นไม่ได้เนื่องจากยังเหลวให้ผสมแป้งโกกิเพิ่ม แต่อย่ามากไป ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นทอดมันแป้งโกกิ
  4. ลงทอดด้วยกำลังไฟกลางๆ
  5. เสร็จแล้ว เราก็จะได้ทอดมันกุ้งที่อร่อยที่สุด พร้อมรับประทานคู่กับเมนูอื่นๆก็เพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น
ทอดมันกุ้งสูตรที่ 2


ส่วนผสม
  1. กุ้งสด ปอกเปลือก เอาเส้นดำออกให้หมด ผ่าหลัง 300 กรัม 
  2. แป้งมันสำปะหลัง สำหรับล้างกุ้ง ¼ ถ้วยตวง 
  3. มันหมูแข็งบดละเอียด 60-80 กรัม 
  4. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา 
  5. กระเทียมกลีบเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ 
  6. รากผักชี 2-3 ราก 
  7. ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนชา 
  8. เกลือป่นละเอียด ¼ ช้อนชา 
  9. น้ำมันงา 1 ช้อนชา 
  10. แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¼ ถ้วยตวง 
  11. ไข่ไก่ตีพอแตก 2 ฟอง 
  12. เกล็ดขนมปังป่นเล็กๆ 1 ถ้วยตวง 
  13. น้ำมันพืชสำหรับทอด 
  14. น้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มบ๊วย 
วิธีทำ
  1. นำกุ้งที่เตรียมไว้ โรยแป้งมันสำปะหลังบนตัวกุ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 5 นาที ล้างให้สะอาดซับให้แห้ง นำเข้าตู้เย็นจนเย็นจัด 
  2. นำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยป่น โขลกเข้ากันให้ละเอียด 
  3. ทุบกุ้งด้วยมีดปังตอพอแหลกผสมรวมกับมันหมูแข็ง ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือป่น และน้ำมันงา นวดจนส่วนผสมเหนียวและแห้ง 
  4. ชั่งส่วนผสมก้อนละประมาณ 50 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบนเล็กน้อย คลุกแป้งสาลี ชุบไข่ไก่ และคลุกเกล็ดขนมปังป่นให้ทั่ว 
  5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อนได้ที่ ใส่ทอดมันกุ้งลงทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยหรือน้ำจิ้มไก่

ขนมปังหน้าหมู สูตรกรอบอร่อยเหมือนร้านทำขาย


เมนูอาหารทานเล่น เมนูอาหารว่าง วันนี้ขอนำเสนอ ขนมปังหน้าหมู เป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ สามารถทำทานเอง ทำเป็นของฝากเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ทำขายเลยก็ได้ สำหรับสูตรขนมปังหน้าหมูนี้มีส่วนประกอบไม่มาก ทำได้ง่าย พร้อมเคล็ดลับการทอดที่ไม่ทำให้ขนมปังอมน้ำมัน รับรองกรอบหอมอร่อยไม่เลี่ยนน้ำมันแน่นอน


ส่วนผสม
  1. ขนมปังแซนด์วิชตัดขอบ หั่นชิ้นและผึ่งให้แห้ง 10 แผ่น
  2. เนื้อหมูสับ 200 กรัม
  3. รากผักชี 2 ราก
  4. กระเทียมไทยกลีบเล็ก 8 กลีบ
  5. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  6. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
  7. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ซอสปรุงรส ½ ช้อนชา
  10. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
  11. ไข่ไก่ ตีพอแตก (สำหรับหมักหมู 1 ฟอง และชุบทอด 1 ฟอง)
  12. พริกชี้ฟ้าสีแดงซอยเป็นเส้นบางและใบผักชี สำหรับตกแต่ง
  13. น้ำมันพืชสำหรับทอด
  14. รับประทานคู่กับน้ำอาจาด หรือน้ำจิ้มไก่ หรือซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ
ส่วนผสมน้ำอาจาด
  1. น้ำส้มสายชุ ¼ ถ้วย
  2. น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย
  3. เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  4. แตงกวา 5 ผล
  5. หอมแดง 5 หัว
  6. พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด
วิธีทำ
  1. ตัดขอบขนมปังออกทั้งสี่ด้าน หั่นแผ่นขนมปังเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน เรียงใส่ถาด นำไปผึ่งลมหรือตากแดดเพื่อให้หน้าขนมปังแห้ง ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  2. ทำน้ำอาจาด...โดยผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า ¼ ถ้วยลงในหม้อใบย่อมๆ สักใบ คนพอเข้ากัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟปานกลาง รอจนเดือด แล้วจึงปิดไฟนำออกจากความร้อน พักจนน้ำอาจาดเย็น …จึงใส่แตงกวาซอย หอมแดงซอย และพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ
  3. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย ให้ละเอียดตักขึ้นพักไว้
  4. เตรียมหมูหมัก...เริ่มจากใส่เนื้อหมูผสมกับส่วนผสมที่โขลกไว้ ตามด้วยใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสน้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด และไข่ไก่ 1 ฟอง นวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน นวดจนเหนียว แล้วจึงนำเข้าตู้เย็นพักไว้ 10-15 นาที
  5. นำหมูหมักมาป้ายลงบนแผ่นขนมปังที่เตรียมไว้ (ทาไม่ต้องหนามาก เพราะถ้าทาหนาเกินไปเวลาทอดจะสุกยาก) โดยตักส่วนผสมเนื้อหมูประมาณ 1-1½ ช้อนชา ป้ายลงบนขนมปังโดยให้ตรงกลางนูนสักหน่อย วางพริกชี้ฟ้าสีแดงซอยและใบผักชีลงไปแล้วใช้มือกดเบาๆ แล้วจุ่มขนมปังด้านที่ป้ายหน้าหมูลงในไข่ไก่ 
  6. ใส่น้ำมันลงในหม้อหรือกระทะใช้ไฟปานกลาง รอให้น้ำมันร้อนก่อนจึงนำลงทอด ค่อยๆ หย่อนลงไปในกระทะ โดยนำด้านที่มีหมูลงไปก่อน ทอดจนสุกเหลืองดีแล้วค่อยพลิกกลับอีกด้าน พอเหลืองน่ากินแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่ภาชนะเสิร์ฟพร้อมกับอาจาด หรือน้ำจิ้ม หรือซอส
เคล็ดลับวิธีทำขนมปังหน้าหมูให้กรอบอร่อย ไม่อมน้ำมัน
  • เลือกซื้อเนื้อหมูบดที่มีมันปนเล็กน้อย เวลาสุกจะไม่แข็งกระด้าง
  • วิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้ขนมปังหน้าหมูไม่อมน้ำมัน คือ ใช้วิธีอบ นำเข้าเตาอบหรือไมโครเวฟตั้งไฟที่ 160 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาทีหรือจนเนื้อหมูสุก ก็จะได้ขนมปังหน้าหมูที่กรอบและไม่อมน้ำมันแล้ว
  • สำหรับวิธีทอดขนมปังหน้าหมู
    • ก่อนที่จะนำขนมปังมาทำให้นำไปตัดขอบและนำไปผึ่งลมให้แห้งจริงๆ แบบแทบจะแข็งซะก่อน (เพราะจะทำให้ขนมปังที่ทอดออกมาไม่อมน้ำมันและทอดได้สีสวยเสมอกันตลอดทั้งชิ้น) โปะหมูปรุงรส ชุบไข่ ตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง รอน้ำมันพอร้อนจึงค่อยทอด ทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นผึ่งบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมันสักพักให้น้ำมันออกมากที่สุด (ไม่งั้นขนมปังก็จะอมน้ำมันมาก ทำให้ขนมปังไม่กรอบทานไม่อร่อย) เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมปังหน้าหมูที่กรอบนานแน่นอน
    • ปริมาณน้ำมันที่ใช้ทอดควรเยอะสักหน่อย ถ้ากลัวเปลืองก็ใช้หม้อใบเล็กๆ หรือกะทะใบเล็กๆ ก็ได้ 
  • นอกจากขนมปังหน้าหมูแล้ว เราสามารถเปลี่ยนเป็นหน้าไก่สับ หรือว่ากุ้งสับแทนก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ ส่วนใครที่ทานมังสวิรัตอาจจะไปใช้เห็ดนางฟ้าสับแทน แต่ถ้าใช้เห็ดควรจะต้องเพิ่มปริมาณแป้งอีกสักหน่อย ไม่งั้นหน้าหมูมันจะไม่ค่อยเกาะเป็นเนื้อเดียวกันครับ

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สูตรก๋วยเตี๋ยวลุยสวน น้ำจิ้มรสเด็ด


เมนูอาหารทานเล่น “ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน” เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ วันนี้แซ่บเวอร์ดอทคอมขอนำเสนอสูตรก๋วยเตี๋ยวลุยสวนและสูตรน้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวลุยสวนรสเด็ดมาฝากไว้ที่นี่แล้ว ที่สามารถทำรับประทานเองได้ที่บ้าน โดยเฉพาะหนุ่มๆสาวๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เป็นอีกเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ รับประทานง่ายได้ประโยชน์ ที่สำคัญรสชาติต้องอร่อยเด็ดแน่นอน เคล็ดลับความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวลุยสวนนั้น อยู่ที่ไส้ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม ความสดกรุบกรอบของผักสด ผนวกกับแผ่นก๋วยเตี๋ยวที่นุ่มเกำลังดี และหัวใจสำคัญเลยคือ ต้องอร่อยเด็ด ที่มีสีเขียวคล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ด (แต่รสชาติไม่ใช่แบบน้ำจิ้มซีฟู้ด) น้ำจิ้มจะมีรสจัดจ้านออกเปรี้ยวๆ เผ็ดนำตามมาติดๆด้วยรสหวาน แซ่บถึงใจ เรียกได้ว่าเป็นทีเด็ดมัดใจลูกค้าเลยก็ว่าได้


ส่วนผสมก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

  1. แผ่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ยังไม่ตัด 1000 กรัม
  2. หมูยอแบบแผ่นใหญ่ ๆ 3 ชิ้น 
  3. เต้าหู้แบบชิ้นสี่เหลี่ยมสีขาว 1 ชิ้น (ใส่หรือไม่ใส่ ก็ได้)
  4. หมูบดสุกปรุงรส (ใส่หรือไม่ก็ได้) ดูสูตรและวิธีทำด้านล่าง
  5. ผักต่าง ๆ ที่ใช้ในการห่อและกินเป็นเครื่องเคียง เช่น ผักกาดหอม ใบโหระพา ผักชีฝรั่ง แครอท แตงกวา ใบสะระแหน่ กะหล่ำปลีม่วงซอย หรือผักตามชอบ 
**หมายเหตุ: ท่านสามารถเปลี่ยนไส้ได้ตามใจชอบ เช่น ไส้หมูยอ ปลาทู เต้าหู้ ไส้กรอก แฮม ไก่ต้ม ทูน่า เป็นต้น


วิธีทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวน (แบบม้วนและหั่นชิ้นพอคำ)
1. นำแผ่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ไปนึ่งให้สุก นำขึ้นพักไว้ให้เย็น
2. เตรียมส่วนผสมต่างๆ ไว้ให้พร้อม
• เต้าหู้ และหมูยอ นำลงทอดในกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ ให้เหลืองหอม แล้วหั่นเป็นเส้น ๆ
• ล้างผักทุกอย่างให้สะอาด
• แตงกวาผ่าตามยาวเป็น 6 ชิ้น ส่วนแครอทหั่นยาวเป็นเส้น ๆ
3. นำเส้นก๋วยเตี๋ยววางบนเขียง คลี่แยกออกเป็นแผ่นๆ แล้ววางผักกาดหอม ใบโหระพา ผักชีฝรั่ง แตงกวาหั่นยาว แครอทหั่นยาว หมูยอหั่นยาว เต้าหู้หั่น และหมูบดสุกปรุงรสที่เตรียมไว้…ลงไปบนเส้นก๋วยเตี๋ยว (ส่วนผสมที่กล่าวมาบางอย่างจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ทั้งนั้น ปริมาณเพิ่มลดได้ตามชอบ.. แต่ควรใส่ไส้ต่างๆให้มันมีความสมดุลกัน และปริมาณไส้ใส่เยอะพอดีๆ กะว่าม้วนห่อแผ่นก๋วยเตี๋ยวได้ด้วยนะ)
4. จากนั้นม้วนห่อทุกอย่างรวมเข้าด้วยกันอยู่ในเส้นใหญ่ให้แน่น แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ ตักใส่จาน พร้อมรับประทานคู่กับน้ำจิ้ม


ไส้ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน หมูบดสุกปรุงรส
ส่วนผสม
  1. หมูบดละเอียด (เนื้อส่วนสะโพกหมู)
  2. เห็ดหอมดอกใหญ่ แช่น้ำให้นิ่มและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  3. แครอท หั่นลูกเต๋าชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่มาก
  4. ซีอิ๊วขาว
  5. น้ำมันพืช นิดหน่อย
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปนิดหน่อย เกลี่ยให้ทั่วกระทะ ใส่หมูบดลงไป ตามด้วยเห็ดหอมหั่น ผัดให้เข้ากัน
  2. แล้วจึงใส่แครอทหั่น และซีอิ๋วขาว ผัดและเกลี่ยส่วนผสมกลับไปมาให้เข้ากันอยู่สักพัก (น้ำจากแครอทจะซึมออกมาผสมกับเนื้อหมูทำให้มีรสหวาน อร่อยขึ้น) รวนหมูและส่วนผสมจนกระทั่งหมูสุก
  3. ตักใส่จาน พักไว้จนกระทั่งเย็น (เพราะถ้าเอาไปทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนทันที ผักในแผ่นก๋วยเตี๋ยวจะโสนดำไม่สดไม่กรอบ)
น้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสูตรที่ 1 น้ำพริกสะระแหน่
น้ำพริกสะระแหน่ (น้ำพริกข้าวหมกสูตรต้นตำรับดั้งเดิมของชาวมุสลิม) สูตรนี้เป็นสูตรของคุณบ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันธิปดอทคอม น้ำจิ้มสูตรนี้มีสีเขียวมรกตได้ใจสุดๆ ที่สำคัญทานกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวนอร่อยแซ่บแน่นอน อีกสูตรทำง่าย ที่มีส่วนผสมและวิธีทำดังนี้


ส่วนผสม
  1. กระเทียมกลีบเล็ก 20 กลีบ
  2. พริกชี้ฟ้าเขียว ผสมกับพริกขี้หนูเขียว มากน้อยตามชอบ
  3. ผักชีไทย 100 กรัม
  4. ใบสะระแหน่ 100 กรัม
  5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  6. น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย
  7. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  8. นมเปรี้ยว โดยนำนมสดบีบน้ำมะนาวลงไป รอให้ตกตะกอนข้นแล้วนำมาใช้
วิธีทำ
  1. นำหม้อเคลือบตั้งเตาไฟ ใส่น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรลงไปเคี้ยว…เคี่ยวไม่ต้องให้ข้นมาก พักไว้ให้เย็น
  2. นำส่วนผสมทั้งหมดในข้อ 1 - 4 ใส่ในเครื่องผสมอาหาร แล้วบดปั่นให้ละเอียดมากที่สุด เทส่วนผสมที่ปั่นไปในน้ำเชื่อมที่พักไว้ ใส่นมเปรี้ยวลงไป ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำหวาน
น้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสูตรที่ 2
สูตรนี้เป็นสูตรของครัวบ้านพิม เป็นอีกสูตรอร่อยและทำง่าย ที่มีส่วนผสมดังนี้

ส่วนผสม
  1. กระเทียมไทยกลีบเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
  2. ใบสะระแหน่ 1 ½ ถ้วย
  3. ใบโหระพา 1 ถ้วย
  4. รากผักชี 3 ราก
  5. พริกขี้หนูสวนสีเขียว 20 เม็ด
  6. น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
  7. น้ำตาลทราย 36 กรัม
  8. เกลือป่น 1 ½ ช้อนชา
  9. น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ผสมน้ำส้มสายชู เกลือป่น และน้ำตาลลงในหม้อ คนพอเข้ากัน แล้วนำไปตั้งไฟปานกลาง รอจนเดือด ให้เกลือละลายหมดก็ปิดไฟ แล้วพักไว้ให้เย็น
  2. พอส่วนผสมน้ำส้มสายชูเย็นดีแล้ว ก็ให้เทใส่ลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ตามด้วยน้ำมะนาว กระเทียมไทยที่ปอกเปลือกแล้ว ใบสะระแหน่ ใบโหระพา รากผักชี และพริกขี้หนูสีเขียว
  3. แล้วนำไปปั่นจนส่วนผสมทุกอย่างละเอียด ก็ปิดเครื่อง แล้วเทใส่กล่อง แช่ตู้เย็นรอไว้
  4. น้ำจิ้มสามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ โดยใส่ขวดแก้วแช่ในตู้เย็น รุ่งขึ้นน้ำจิ้มจะเข้มข้น ไม่มีกลิ่นใบโหระพา รวมทั้งใช้เป็นน้ำจิ้มอาหารทะเล นึ่ง ย่างได้อีกด้วย 
น้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสูตรที่ 3 น้ำจิ้มถั่วตัด
จริงๆแล้ว น้ำจิ้มสูตรนี้นิยมทำรับประทานกับเมี่ยงปลาเผา เมี่ยงปลาทู แต่ลองทำน้ำจิ้มสูตรนี้มารับประทานกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวนก็ให้ความอร่อยกลมกล่อมไปอีกแบบนะครับ สูตรนี้เป็นสูตรมาจากเว็บไซต์ nlovecooking.com น้ำจิ้มถั่วตัดนั้นจะมีสีน้ำตาล เป็นน้ำจิ้มหวาน ออกมันๆ หวานๆ ทำจากถั่ว รสอร่อยกลมกล่อม มีส่วนผสมและวิธีทำดังนี้


ส่วนผสม
  1. ถั่วตัด 1 แผ่น ประมาณ 3 ช้อนโต้ะ
  2. พริกสดสีแดง 3 ช้อนโต้ะ
  3. กระเทียม 2 ช้อนโต้ะ
  4. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
**หมายเหตุ: ถ้าใช้ถั่วลิสงคั่ว ต้องเพิ่มใส่น้ำตาลปี๊บ (หรือน้ำตาลมะพร้าว)

วิธีทำ
1. นำถั่วตัด หรือถั่วลิสงใส่ลงในโถปั่น หรือครกโขลกให้พอหยาบ ให้ยังคงเหลือเนื้อถั่วไว้นิดหน่อย เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย
2. โขลกหรือปั่นกระเทียมกับ พริกขี้หนู ให้ได้แบบหยาบๆ เช่นกัน
      2.1 กรณีไม่มี ถั่วตัด ให้ใส่น้ำตาลปีบ ในขั้นตอนหลังจากข้อที่ 2 ครับ
3. นำส่วนผสม 2 ส่วน (1 และ 2) ใส่ภาชนะ แล้วปรุงรสด้วย น้ำมะนาว และน้ำปลา ผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด (การที่ใส่น้ำตาลที่น้อยกว่าส่วนผสมอื่น เนื่องจากตัวถั่วตัดมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่แล้ว…แต่ถ้าใครหาถั่วตัดไม่ได้จะใช้ถั่วลิสงคั่วแทนก็ได้ แต่อาจต้องปรุงด้วยน้ำตาลเยอะหน่อยจะปรุงมากน้อยแค่ไหนก็ได้ตามชอบ ลองชิมดูถูกปากเราก็เป็นใช้ได้แล้ว)
4. เสริฟน้ำจิ้มใส่ถ้วยน้ำจิ้ม พร้อมรับประทาน


เคล็ดลับความอร่อย
  • เนื้อหมูที่ใช้ทำไส้หมูก๋วยเตี๋ยวลุยสวน แนะนำให้ใช้เนื้อส่วนสะโพกหมู 
  • ผักที่ใช้ทำและแผ่นแป้งที่ห่อ ควรห่อสดๆ และเลือกใช้ผักสดทำจะได้ความกรอบอร่อยของผัก แล้วม้วนๆให้แน่นสักหน่อย จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอคำ จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม (ควรทำรับประทานวันต่อวันไม่มีค้างคืน ) ก็เป็นอีกเสน่ห์ความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเช่นกัน
  • โดยทั่วไปก๋วยเตี๋ยวลุยสวนจะมีให้เลือก 2-3 แบบ คือ ไส้หมู ไส้หมูยอ ไส้มังสวิรัต (เต้าหู้ เห็ดหอม แครอท) เราสามารถทำให้ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมีความหลากหลาย และน่าทานมากขึ้นด้วยการทำให้มีไส้ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนหลายๆแบบ ก็ช่วยจะเพิ่มความอร่อย และความดึงดูดใจให้น่ารับประทานได้ไม่รู้เบื่ออีกด้วย 
  • ส่วนผักที่เห็นสดสะอาดนั้นควรจะแช่กับน้ำส้มสายชูไว้สักพัก…เพื่อล้างสารพิษให้หมดไปด้วย

เรียบเรียงข้อมูลโดย: zabwer.com
ขอขอบคุณสูตรและรูปภาพจาก: คุณบ่งบ๊ง; pantip.com/topic/30271863
ครัวบ้านพิม; pim.in.th
nlovecooking.com

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สูตรลาบหมูรสเด็ด พร้อมเคล็ดลับความอร่อย


"ลาบหมู" เมนูอาหารอีสานยอดนิยม เป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่ายๆ อีกหนึ่งเมนูที่แทบทุกคนต้องเคยทานกันมาบ้าง และมักจะมาคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ส้มตำรสแซ่บๆ สูตรและวิธีการทำลาบหมูนั้นไม่ยุ่งยาก แต่การทำให้อร่อยแซ่บถูกปากนั้นจำต้องมีเทคนิคและเคล็ดลับเฉพาะกันบ้าง วันนี้ครัวแซ่บเวอร์มีสูตรลาบหมูรสเด็ดมาฝาก รับรอง ทำง่ายๆ แต่อร่อยโดนใจแน่นอน


ส่วนผสมลาบหมู
  1. เนื้อหมูสันนอกสับ 100 กรัม 
  2. หั่นตับหมูเป็นชิ้นบางๆ 50 กรัม 
  3. ใบสะระแหน่ 2 ช่อ
  4. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบๆ 2 ต้น 
  5. หอมแดงซอย 3 หัว 
  6. ต้นหอมซอย 3 ต้น
  7. พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ 
  8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  9. น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำตาลทราย ¼ ช้อนชา (ใส่ หรือไม่ใส่ ก็ได้ตามชอบ)
  11. ข้าวคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ 
  12. ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
  13. พริกขี้หนูแห้งทอด 3 เม็ด 
  14. ผักสด เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักชี ต้นหอม หรือผักตามชอบ ฯลฯ
วิธีทำลาบหมู
  1. เตรียมเครื่องผักต่างๆ นำมาล้างแล้วซอยเตรียมไว้ 
  2. หั่นตับเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปลวกพอสุก (ต้มแค่พอสุกนุ่ม ไม่แข็งแห้ง) ตักใส่ชาม พักไว้
  3. ใส่น้ำเปล่า 1 ทัพพีลงในหม้อหรือกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่หมูสับลงไปรวนหมูจนสุก แล้วจึงใส่ตับลงไป และปิดไฟ 
  4. เอาเครื่องลาบ ได้แก่ ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ลงไปคลุกกับหมูสับและตับที่สุกแล้ว (ผสมเบาๆ อย่าให้ผักช้ำ)
  5. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว, น้ำปลา, พริกป่น และน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบเปรี้ยว เผ็ด เค็ม
  6. แล้วจึงใส่ข้าวคั่วเป็นลำดับสุดท้าย คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยใบสะระแหน่ลงไป ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
  7. แต่งข้างจานด้วยผักสด (กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว) โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ (หรือข้าวสวย)
เคล็ดลับความอร่อยการทำลาบหมู
  • เนื้อหมูสับที่นำมาทำลาบ ควรสับหรือบดแบบหยาบๆ ถึงจะอร่อย
  • วิธีเลือกตับหมู วิธีสังเกตุว่าตับชิ้นไหนขม ดังนี้ ตับที่มีรสขมจะมีสีแดงเข้มเหมือนมีเลือดสดๆ ซึมออกมาตลอด ที่คนมักเรียกว่า “ตับเลือด” ถ้าชิ้นไหนเป็นแบบนี้อย่าไปเลือกมาครับ เพราะถ้าเราเอาไปประกอบอาหารจะมีรสขม และปรุงยังไงก็เหมือนไม่สุกสักที มีเลือดสีแดงซึมออกมาตลอดทำให้ต้องปรุงนาน ตับที่ได้ก็จะทั้งขมและแข็ง
  • เทคนิคทำลาบหมูให้น้ำแห้งไม่แฉะ มีวิธีคือ ลวกตับหมูและเนื้อหมูให้สุกก่อนในน้ำน้อยๆ (เวลาลวกไม่ต้องใช้น้ำมาก เพราะเวลานำมาทำลาบจะแฉะ) สุกแล้วยกลงมาพักไว้ก่อน แล้วจึงปรุงรส ใส่เครื่องผักซอยต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็ได้ลาบหมู แบบน้ำแห้ง รสแซ่บแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สูตรแกงเห็ดเผาะผักหวาน รสแซ่บบบบ


แกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน เมนูอาหารภาคอีสาน อีกเมนูอาหารทำง่ายๆ แกงเห็ดสูตรนี้เป็นแบบแกงลาว ส่วนผสมตามสูตรนี้สามารถนำไปประยุกต์ทำแกงเห็ดต่างๆ ทั้งแกงเห็ดรวม แกงเห็ดสามอย่างได้ เพียงแค่เปลี่ยนจากเห็ดเผาะเป็นเห็ดต่างๆ ที่เราชอบหรือที่หาได้ เช่นเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเข็มทองเป็นต้น หรือจะเพิ่มผักต่างๆลงไปอีกก็ได้ทั้งนั้น เช่น ฟักทอง บวบ ผักพื้นบ้านที่หาได้ เป็นต้น วิธีทำแกงเห็ดเผาะใส่ผักหวานนั้นลองทำดูไม่ยากเลย รสอร่อยเข้มข้นจัดจ้าน อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร รับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ก็แซ่บสุดๆแล้ว


ฤดูฝนเป็นฤดูที่เห็ดออกดอกออกผลมากที่สุด เห็ดที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมมากตอนนี้ คือ เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ที่ขบไปแล้วแตกดังเป๊าะๆ แบบที่เรียกว่าขบเผาะ ซึ่งเห็ดเผาะปีนี้ (ปี2559) ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากหาทานได้ยาก โอกาสจะได้กินเห็ดสดหนึ่งปีมีหนเดียวเท่านั้น ก็คงต้องยอมกันละงานนี้ เพราะถัดจากนี้ไปคงต้องกินเห็ดเผาะกระป๋องในน้ำเกลือ ซึ่งก็พอทำเนาให้หายอยากไปได้บ้าง …หากใช้เห็ดสดให้นำไปลวกน้ำร้อนก่อน แต่ถ้าใช้เห็ดกระป๋องก็นำไปล้างน้ำแล้วใช้ได้เลย

ส่วนผสม
  1. เห็ดเผาะ ล้างให้สะอาด 150 กรัม
  2. ตะไคร้ ทุบและหั่นแฉลบ 1 ต้น
  3. พริกสดสีแดง บุบหยาบ 4-5 เม็ด
  4. น้ำคั้นใบย่านาง (กะเอาให้สีออกเข้มๆ กำลังดี) 1 ½ ถ้วยตวง
  5. ผักหวาน 1 กำมือ
  6. ใบแมงลัก เด็ดเอาแต่ใบ ½ ถ้วยตวง (ปริมาณตามชอบ)
  7. น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  9. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  10. ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. เตรียมผักหั่นไว้ ส่วนน้ำคั้นใบย่างนาง (ซื้อที่ตลาดก็ได้) หรือจะคั้นเองก็ได้ง่ายมากดังนี้ เด็ดเอาแต่ใบย่านาง ล้างน้ำให้สะอาด หั่นใบย่านางให้เล็กลง จากนั้นใช้ครกโขลกให้ละเอียด แล้วเติมน้ำลงไป กะเอาผสมให้สีออกเข้มๆ กำลังดี แล้วจึงกรองเอาแต่น้ำ ก็จะได้เป็นน้ำคั้นใบย่านาง (เช่น ใช้ใบย่านาง 10 ใบ โขลกละเอียดแล้วเติมน้ำ 2 ถ้วยตวงลงไป กรองเอาแต่น้ำ ก็จะได้น้ำค้นใบย่านาง 2 ถ้วยตวง)
  2. นำน้ำคั้นใบย่านางใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลางไว้ แล้วใส่พริกบุบหยาบ และตะไคร้ (อย่าใช้น้ำคั้นใบย่านางเยอะ เพราะน้ำจากเห็ดจะออกมาหลังจากแกงได้สักครู่) …รอจนเดือด
  3. เมื่อน้ำเดือด ใส่น้ำปลาร้า เกลือป่น และข้าวคั่วป่นลงไป คนพอเข้ากัน…ต้มพอมีกลิ่นหอม
  4. จากนั้นจึงใส่เห็ดเผาะ เห็ดทุกชนิดลงไป และใส่ผักหวาน รอให้เห็ดสุกและรสหวานจากผักออก…(ถ้ามีฟองคอยช้อนฟองออก)
  5. ชิมรสอีกครั้ง ถ้ารสอ่อนไปเติมน้ำปลาหรือเกลือ
  6. ปิดเตา ใส่ใบแมงลักและกดให้ผักจมน้ำร้อน คนพอเข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
เห็ดเผาะผ่าครึ่ง (photo: คุณ Mr.Trin)

แนะนำเพิ่มเติม
  • นำเห็ดเผาะผ่าครึ่งเพื่อเลือกเห็ดที่อ่อนๆ ส่วนเห็ดที่แก่เป็นสีดำควรคัดออก…เห็ดเผาะอ่อนข้างในจะเป็นสีขาวจะแกงอร่อย…ส่วนดอกที่แก่ข้างในสีดำจะเหนียวเคี้ยวลำบาก
  • ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าลองทำดู แกงเห็ดเผาะใส่ใบผักติ้ว (ผักแต้ว) ผักติ้วจะออกรสเปรี้ยว เมื่อนำมาใส่แกงเห็ดจะทำให้อร่อยมากขึ้น
  • แกงเห็ดที่ขาดไม่ได้เลย คือต้องใส่ตะไคร้และใบแมงลัก
  • ถ้าแกงเห็ดแบบแกงลาวไม่ควรใส่ใบกะเพรา ต้นหอม และหอมแดงลงไป เพราะจะให้กลิ่นแกงเห็ดเพี้ยนไป แต่ถ้าจะใส่ก็ได้อันนี้ก็ตามแต่สูตรของแต่ละคน ปรับเปลี่ยนได้ตามชอบครับ
Photo credit: manager.co.th, IphoneOngfong สมาชิกเว็บ wongnai.com

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หมูมะนาว 4 สูตรเปรี้ยวแซ่บ พร้อมเคล็ดลับความอร่อย


"หมูมะนาว" เมนูอาหารไทยสุดแซ่บอีกเมนูอาหารทำง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลย เพียงลวกหมูที่หั่นเป็นชิ้น ในน้ำเดือดแค่พอสุก แล้วตักหมูขึ้นสะเด็ดน้ำจัดเรียงใส่จาน แล้วราดด้วยน้ำราดหมูมะนาวรสแซ่บจี๊ดที่ปรุงเตรียมไว้ เสิร์ฟพร้อมกับก้านคะน้าหรือแตงกวาหั่น แค่นี้ก็อร่อยเปรี้ยวๆ จี๊ดๆ แซ่บเวอร์ถูกใจแล้ว วันนี้ Zabwer.com จึงขอนำเสนอวิธีทำหมูมะนาวสูตรแซ่บไว้ทำรับประทานเองได้ที่บ้าน จะทานเป็นกับแกล้ม อาหารทานเล่น หรือทานเป็นกับข้าวพร้อมข้าวสวยร้อนๆก็ถูกใจคนชอบอาหารรสจัดยิ่งนัก



1.หมูมะนาว
หมูมะนาว สูตรนี้ต้องขอขอบคุณสูตรอร่อยของคุณมณีริน จากสมาชิกเว็บไวต์พันธิปดอทคอม เป็นอีกสูตรอร่อย รสเปรี้ยวแซ่บถูกใจ ที่ได้แนะนำสูตรและวิธีทำแซ่บๆเอาไว้

ส่วนผสม
  1. เนื้อหมู
  2. แป้งมัน
  3. มะนาว 2 ลูก
  4. รากผักชี
  5. กระเทียม
  6. พริก
  7. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทรายนิดๆ ½ ช้อนชา
  9. คนอร์ อร่อยชัวร์ ½ ช้อนชา
  10. ผักชี สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
  1. หั่นหมู ชอบชิ้นขนาดไหนก็หั่นไป 
  2. หมักหมู ด้วยแป้งมัน 
  3. ขยำๆแล้วทิ้งไว้ 
  4. เตรียมเครื่องทำน้ำจิ้มคือ มะนาว, รากผักชี, กระเทียม พริกใส่ครก และใส่เกลือไปด้วยซักนิด...ตำพริกละเอียดตามต้องการ 
  5. บีบน้ำมะนาว วันนี้ใช้ 2 ลูก น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลนิดๆ ครึ่งช้อนชา และวันนี้ใส่คนอร์ อร่อยชัวร์ ลงไปด้วยครึ่งช้อนชา เสร็จแล้ว 
  6. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่หมูลงไปลวกให้สุก...จากภาพน้ำไม่ค่อยเดือดเพราะปิดเตาก่อนค่ะ (ไม่งั้นถ่ายรูปไม่ได้)... 
  7. หมูสุกแล้ว...ตักใส่กระชอน ให้สะเด็ดน้ำ 
  8. ตักหมูใส่จาน 
  9. ราดน้ำจิ้มลงไป...โรยหน้าด้วยผักชี 
  10. ทานกับก้านคะน้า (แช่น้ำแข็งไว้รอแล้ว) และผักชีวิธีทำ 
2.หมูมะนาว




ส่วนผสม (สำหรับ 2 ท่าน)
  1. เนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
  2. กระเทียมกลีบใหญ่ แกะเปลือกหั่นหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนูสวน ซอย 5-10 เม็ด (ปรับได้ตามความชอบ)
  4. ผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมะนาว 3-5 ช้อนโต๊ะ
  9. ก้านคะน้า ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1-2 ต้น (เพิ่มได้ตามความชอบ)
วิธีทำ
  1. นำก้านคะน้ามาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ นำก้านคะน้าที่หั่นไว้ไปแช่ในน้ำแข็ง เตรียมไว้ 
  2. เตรียมทำน้ำราด โดยผสมกระเทียม,พริก,ซิอิ๊วขาว,น้ำปลา,น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว …คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ชิมรสปรับรสชาติได้ตามที่ต้องการ 
  3. หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบางๆ 
  4. ใส่น้ำลงในหม้อนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด แล้วจึงใส่เนื้อหมูลงลวกพอสุก (ประมาณ 30 วินาที อย่าลวกนาน เพราะจะทำให้หมูแข็งกระด้าง) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ 
  5. จัดหมูที่ลวกแล้วเรียงใส่จานที่รองด้วยก้านคะน้า จากนั้นเทน้ำราดที่ปรุงเตียมไว้ลงบนหมู พร้อมเสิร์ฟ 
3.หมูมะนาวแบบย่าง
ส่วนผสม
  1. เนื้อหมูตรงส่วนของคอหมู (เอาแบบติดมันนิดๆ)
  2. กระเทียมปอกเปลือก 5 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด
  4. ใบสะระแหน่ 4-5 ใบ
  5. น้ำกระเทียมดอง ครึ่งช้อนชา
  6. น้ำมะนาว ครึ่งช้อนชา (หรือจะมากกว่านี้ถ้าชอบเปรี้ยว)
  7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว (พอประมาณกะเอานิดหน่อย)
  9. เกลือและพริกไทยนิดหน่อย 
วิธีทำ
  1. เมื่อเตรียมเครื่องปรุงเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการทำ ก่อนอื่นนำคอหมูมาหมักกับซีอิ้วขาว เกลือ พริกไทย หมักทิ้งไว้สักพัก...แล้วก็นำมาย่างให้เนื้อหมูพอสุกแบบมันหยดนิดหน่อย แล้วก็นำคอหมูย่างมาแล่เป็นชิ้นบางๆพอคำ แล้วพักไว้ก่อน เพื่อมาทำน้ำจิ้มราด 
  2. วิธีการทำน้ำจิ้มก็เริ่มจากการนำพริกขี้หนูมาโขลกกับกระเทียมและน้ำตาลทรายให้ละเอียด แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำกระเทียมดอง เป็นว่าเสร็จได้น้ำจิ้มรสเด็ด ก็นำมาราดบนคอหมูย่างที่เตรียมไว้แล้ว และโรยหน้าด้วย สะระแหน่อีกนิดเพิ่มความหอม แค่นี้ก็จะได้หมูมะนาวรสชาติแซบหลาย ถูกใจคนชอบอาหารรสจัด 
4.สันในหมูนึ่งมะนาว
ส่วนผสม
  1. สันในหมู 1 เส้น
  2. รสดีรสหมู 1 ช้อนชา
  3. กระเทียม โทน 10 กลีบ
  4. มะนาว 3 ผล 
  5. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
  7. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  8. พริกขี้หนูสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  9. กระเทียมกลีบเล็กสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักกาดแก้ว สะระแหน่ โหระพา
วิธีทำ
  1. ผสมน้ำมะนาว 2 ชต.น้ำตาลทราย แดง พริกไทยป่น รสดีรสหมู คนให้เข้ากัน ใส่สันในหมูทั้งเส้นลงหมักทิ้งไว้ 1 ชม.ควรใช้ส้อมหรือไม้แหลมจิ้มรอบๆสันในเพื่อให้เครื่องปรุง ซึมเข้าในเนื้อ 
  2. วางสันในหมูลงในชามทนไฟ นึ่งในรังถึงที่น้ำเดือด ไฟกลางนาน 30 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น ฝานเป็นแว่นบางๆ จัดเรียงลงในจานเสิร์ฟ 
  3. ราดด้วยส่วนผสมของน้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู กระเทียมสับ กระเทียมโทน เสิร์ฟพร้อมกับผักต่างๆ เช่น ผักกาดแก้ว สะระแหน่ โหระพา และผักอื่นๆ ตามชอบ ฝานมะนาว 1 ลูกตามขวาง ประดับรอบจาน 
เคล็ดลับความอร่อย
  • เนื้อหมูที่ใช้ทำหมูมะนาว เช่น เนื้อหมูสันนอก,เนื้อหมูสันใน, เนื้อหมูตรงส่วนของคอหมู (แบบติดมันนิดๆ) เป็นต้น 
  • การจะทำหมูมะนาวให้อร่อยนั้น เริ่มตั้งแต่วิธีการหั่นหมู ให้หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบางๆ หากหั่นเนื้อหมูตามขวาง จะทำให้เคี้ยวลำบาก เพราะมีกากและเส้นใย แทนที่เนื้อหมูจะนุ่ม กลับเหนียว เคี้ยวไม่คล่อง 
  • สูตรที่เรานำมาเสนอนี้ นอกจากสูตรน้ำราดปรุงรสแซ่บๆแล้ว ก็จะแตกต่างกันที่เทคนิควิธีการทำหมูให้สุก คือ บางสูตรก็จะหมักหมูก่อน เพื่อให้หมูนุ่มและรสอร่อย แล้วจึงนำไปลวกให้พอสุก …บางสูตรก็นำหมูไปย่างให้พอสุก …บางสูตรก็นำหมูไปนึ่งในรังถึงที่น้ำเดือดให้หมูสุก เสร็จแล้วจึงนำไปราดน้ำราดที่ปรุงเตรียมไว้…ซึ่งแต่ละสูตรนั้นก็มีความอร่อยไปคนละแบบ และเอาไว้เป็นไอเดียดัดแปลงการทำอาหารได้ ส่วนถ้าอยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ก็ต้องลองมาทำตัดสินด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ^^

Credit: http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/11/D11402569/D11402569.html

สูตรต้มข่าไก่ พร้อมเคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อย


สูตรต้มข่าไก่ นั้นว่าไปแล้วก็คล้ายกับการทำต้มยำทั่วไป เพียงแต่ต้มข่าไก่จะมีการใส่กะทิเพิ่มลงไป ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆ ก็คล้ายกับต้มยำ สำหรับวันนี้ Zabwer.com ได้นำสูตรต้มข่าไก่ พร้อมเคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อยมานำเสนอ ถือเป็นอีกเมนูอาหารไทยที่อร่อยครบรส มีไก่เนื้อนุ่ม รสชาติออกเปรี้ยว เค็ม และหวานมันจากกะทิ น้ำแกงไม่ข้นมากจนเกินไปและไม่ใสจนเกินไป จุดเด่นคือความมันเข้มข้นจากกะทิและหอมกลิ่นสมุนไพรไทย เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมรองจากต้มยำกุ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ เพียงมีส่วนประกอบหลักคือ ไก่ เห็ด ชุดเครื่องต้มยำ และกะทิสักกล่องก็สามารถทำต้มข่าไก่แสนอร่อยได้แล้ว หรืออาจจะดัดแปลงใส่กุ้งแทนไก่ก็ได้เช่นกัน


ส่วนผสมต้มข่าไก่
1. เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ (แล้วแต่ปริมาณที่ต้องการใส่)
2. ใบมะกรูด(จะหั่นหรือจะฉีกตอนจะใส่ลงหม้อก็ได้) 4 -6 ใบ
3. เห็ดนางฟ้าหรือเห็ดฟาง 1/2 ถ้วย
4. ตะไคร้ล้างสะอาด ทำการทุบหั่นเฉียง 1/2 ต้น
5. ข่าอ่อน ทำการปอกเปลือกนำไปหั่นเป็นแว่นพอคำ 20 แว่น
6. มะเขือเทศ 3 ลูก หั่นเป็นแว่นๆ
7. หอมแดง
8. พริกขี้หนูสวนให้ทุบแตก 5 เม็ด
(ถ้าต้องการเผ็ดมากใส่เพิ่มได้…ถ้าไม่ทานเผ็ดใช้พริกจินดา)
9. หางกะทิ 2 ถ้วย
10. หัวกะทิ 1 ถ้วย
11. เกลือป่น 1 ช้อนชา
12. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
13. น้ำมะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
14. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
15. ผักชี สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
  1. หั่นเนื้อไก่และผักต่างๆตามสูตรเตรียมไว้ก่อนให้พร้อม
  2. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใส่หางกะทิลงไปและใส่เกลือเล็กน้อย ใช้ไฟแรงปานกลาง ต้องคอยคนเป็นระยะๆ ไม่ให้กระทิมันแตกมัน (กะทิจะเป็นลูกหรือแยกตัว)…คนจนมันเริ่มเดือด
  3. แล้วจึงใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไป (ใครมีรากผักชี ก็ทุบใส่เพิ่มลงไป) เคี่ยวไปประมาณ 5 นาที จนได้กลิ่นหอม
  4. ใส่เนื้อไก่ลงไป ใช้ทัพพีกดไก่ให้มิดแต่ไม่ต้องคน รอให้เดือดอีกครั้ง
  5. ใส่หัวกะทิ เห็ด และมะเขือเทศลงไป คนให้เข้ากัน …รอสักพักจนน้ำแกงเดือด
  6. จากนั้นใส่พริกขี้หนูทุบลงไป (ถ้าไม่ทานเผ็ด ก็ไม่ต้องใส่พริกขี้หนู …ให้ใส่พริกจินดาเป็นเม็ดๆลงไปแทนก็ได้) คนให้เข้ากัน … แล้วปิดเตาได้
  7. ปรุงรสเลย ใส่น้ำปลา น้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวก็ได้ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน…ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม และหวาน กลมกล่อมจากกะทิ…(ค่อยๆปรุงใส่ทีละนิด ไม่อร่อยจึงเติมเพิ่ม แต่ถ้าใส่ทีละเยอะๆแล้วไม่อร่อยมันแก้ยาก)
  8. เสร็จแล้วตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ
ลักษณะที่ดีของต้มข่าไก่
น้ำแกงต้องไม่แตกมัน ไก่เนื้อนุ่ม น้ำแกงไม่ข้นมากจนเกินไปและไม่ใสจนเกินไป

เคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อย
  • กรณีที่ต้มข่าไก่แล้วกะทิลอยแตกมัน ที่ลอยเพราะปริมานน้ำมากกว่ากะทิ…ถ้าไม่ให้ลอย ต้องลดน้ำลงตอนต้มเหลือแค่ขลุกขลิกพอหรือใส่น้ำนิดเดียว แล้วจึงใส่กะทิ …แต่สำหรับสูตรที่เขาใช้กะทิล้วนๆ (หางกะทิ + หัวกะทิ) ก็มักจะไม่เกิดปัญหานี้จะได้น้ำแกงออกมาเนียน ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละคน …แต่ถ้าเกิดกรณีกะทิลอยแตกมันก็ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ได้ครับ
  • เนื้อไก่ เช่น น่องไก่เล็ก, ปีกกลางไก่ (ส่วนนี้รับประทานง่าย เปื่อยเร็ว ให้น้ำซุปด้วย เพราะมีกระดูก สับครึ่ง ใช้ 6 – 7 อัน / 1 ชามใหญ่ ๆ), ถ้าใช้ส่วนอกหรือสะโพกก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ (เนื้อไก่ควรเป็นส่วนของอกไก่ เพื่อความแน่นและกลมกล่อม) เป็นต้น
  • ข่า จะใช้ข่าอ่อนหรือข่าแก่ก็ได้ …แต่ข่าอ่อนจะอร่อยกว่า …หั่นชิ้นเท่าๆกัน หรือหั่นเป็นดอกไม้
  • ตะไคร้ หั่นแฉลบ แล้วแช่น้ำผสมน้ำมะนาวเพื่อให้สีคงตัว
  • มะเขือเทศ จะใส่หรือไม่ก็ได้ตามชอบ แต่ถ้าอยากกินเพื่อสุขภาพก็แนะนำให้ใส่ลงไปด้วย
  • ควรใช้ไฟปานกลางในการประกอบอาหาร
  • ถ้าอยากให้น้ำแกงต้มข่าไก่มีสีออกเหลืองสวยสักหน่อย ก็ให้ใส่น้ำมันน้ำพริกเผาหรือน้ำพริกเผาลงไปด้วย
  • ถ้าต้องการรสเผ็ด ให้ใส่พริกสด หรือน้ำพริกเผา หรือน้ำมันน้ำพริกเผาลงไปก็ได้ ปริมาณตามความชอบเผ็ด ส่วนพริกสดนั้นใช้เป็นพริกขี้หนูสวนทุบจะได้ความเผ็ดและความหอมจากพริกนี้ แต่ถ้าไม่ชอบเผ็ดก็ใส่เป็นพริกจินดา หรือพริกแห้งก็ได้

แม่นเหลือเชื่อ เลขท้ายบัตร บอกได้ว่าคุณ จะร่ำรวยหรือลำบาก

 การทำนายดวงชะตาว่าจะรวยหรือจนนั้นแม้จะหาความแน่นอนไม่ได้นักเพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็นไปตามการตัดสินใจของเราด้วย แต่ว่าตัวเลขที่อยู่ติดตัวเราต...